ปี 2558 ธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงชะลอตัว ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่ชะลอตัวลง ทั้งนี้เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมการส่งออกซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ลดลงและติดลบอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านๆมา กำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงอ่อนตัวลง การลงทุนรวมลดลง ปัจจัยบวกยังคงได้แก่ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เติบโตมากขึ้น มีส่วนช่วยในการพยุงภาวะเศรษฐกิจโดยส่วนรวมของประเทศตลอดจนการลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯ

ปี 2559 อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยได้มีการคาดการณ์จากสถาบันที่เกี่ยวข้องว่าจะเติบโตโดยประมาณ อัตราร้อยละ 3-4 ซึ่งผลกระทบจากภายนอกต่อเศรษฐกิจไทย ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจของประเทศจีนที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทยซึ่งค่าเงินหยวนยังเกิดภาวะ ผันผวน นอกจากนั้นนโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาก็มีส่วนกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศ ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศคาดว่ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งจะต้องเน้นในเชิงคุณภาพให้มี มาตรฐานมากขึ้น สำหรับการลงทุนภาครัฐซึ่งจะต้องมีการลงทุนในเมกกะโปรเจ็คเพื่อเป็นการขยายการลงทุนและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการภาครัฐ

เนื่องจากผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยอดขายจะอยู่ในระดับประมาณ 2,000 ล้านบาท ต่อปี ซึ่งอัตราการเจริญเติบโตมีไม่มากนักทำให้เล็งเห็นว่าแน้วโน้มการเติบโตของบริษัทฯ ไม่ชัดเจนบริษัทฯ จึงจำเป็นจะต้องมีการปรับเปลี่ยน โครงสร้างและมีการต่อยอดธุรกิจเพื่อให้เกิดการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้นและสามารถแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้ ดังนั้น แนวทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จะมุ่งเน้นพัฒนาทั้งอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายที่เป็นโครงสร้างเดิมซึ่งมีจุดแข็งในเรื่องที่อยู่อาศัยแนว ราบ ลูกค้าให้ความเชื่อถือมาโดยตลอดและด้านบุคลากรของบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญมีประสบการณ์ในการทำงานมานานหลายสิบปี สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้ามาโดยตลอด ในขณะเดียวกันก็จะเพิ่มแผนธุรกิจใหม่ขยายจากธุรกิจเดิมที่ทำอยู่ ในปัจจุบัน คือ อสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการให้เช่าทรัพย์สินในระยะยาวและสร้างเสถียรภาพทางการเงิน อีกทั้งเป็นการต่อยอดทางธุรกิจเพื่อให้เกิดการเจริญเติบโตและขยายตัวมากขึ้นอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว

สำหรับแผนกลยุทธ์ในการดำเนินงานของบริษัทเพื่อก้าวไปข้างหน้านี้บริษัทยังคงต้องมีความระมัดระวังในการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพการลงทุนโดยยังคงจะรักษาความสามารถในการทำผลกำไรจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และรักษาวินัย ทางการเงินโดยรักษาอัตรา D/E Ratio ให้อยู่ในอัตราที่เหมาะสม บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบเป็นหลักให้เพิ่มมากขึ้น พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น ตอบรับกับความต้องการของตลาดยังคงรักษาจุดแข็งแบรนด์ “ชวนชื่น” และจะพัฒนาเพิ่มรายได้ จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย

ปี 2559 บริษัทฯ ได้ตั้งยอดขายไว้ที่ประมาณ 2,800 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตจากปี 2558 ประมาณ 13% สินค้าหลักจะเป็นบ้านเดี่ยวและทาวเฮาส์ เช่น โครงการชวนชื่น แกรนด์ เอกชัย-บางบอน, โครงการชวนชื่น แกรนด์ ราชพฤกษ์-พระราม 5, โครงการลีออง ทำเลถนนสุขุมวิท 62 และลงทุนซื้อที่ดินทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาทำโครงการใหม่ๆ เพิ่มขึ้นต่อไป

ปี 2559 นอกจากจะทำโครงการและวางตัวสินค้าตรงกับความต้องการของลูกค้าแล้ว ก็จะวาง concept : “Home is where the heart is” บ้านมั่นคงเป็นศูนย์รวมของครอบครัว ความสัมพันธ์ในครอบครัวและจะส่งเสริมในเรื่องการโฆษณาองค์กรเป็นหลักเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรเพิ่มขึ้น

ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้มีส่วนร่วมและสนับสนุนกิจกรรมและการดำเนินงานของบริษัทฯ มาโดยตลอด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ายังคงจะได้รับการสนับสนุนต่อไป เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทฯ ผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรค และสามารถต่อยอดธุรกิจเติบโตต่อไปอย่างต่อเนื่อง



สุเทพ วงศ์วรเศรษฐ
ประธานกรรมการ